Serenity Hotel Spa & Onsen@Kabinburi

เพื่อนๆ เคยรู้สึกเหนื่อยล้ากับการทำงานจนอยากจะหนีออกจากเมืองกรุง
หาที่สงบๆ เข้าป่า ขึ้นดอย ไปทะเล พักกาย พักสมอง
แต่ก็ไม่อยากเดินทางนานๆ ไม่อยากจองล่วงหน้าก่อนเป็นเดือนๆ บ้างมั้ยคะ
ล่าสุดเราพึ่งเคยเกิดความรู้สึกแบบนี้ขึ้นกับตัวเอง
ปกติแล้วเราเป็นคนที่ชอบวางแผนทุกอย่างล่วงหน้าไว้นานๆ
จะไปเที่ยวที่ไหน ไปพักที่ไหน ก็ต้องจองไว้ก่อน 3 เดือนเป็นอย่างน้อย เพื่อความชัวร์
แต่ครั้งนี้ ไม่เหมือนเดิม เราอยากไปพักผ่อนแบบด่วนๆ เดินทางไม่นาน
เพราะตารางงานที่ว่างแค่เสาร์อาทิตย์นี้เท่านั้น (30 SEP – 1 OCT 2017)
จากคำแนะนำของพี่สาวที่สนิทกัน บอกว่าถ้าอยากพักผ่อนจริงๆต้องที่นี่เลย ไม่ไกลจากกรุงเทพด้วย
ก็เลยมาลงตัวที่ Serenity Hotel Spa & Onsen ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ค่ะ
ต้องขอเล่าก่อนเลยว่า เราไม่เคยรู้จัก กบินทร์บุรี มาก่อนเลย
ตอนที่พี่สาวเราแนะนำมาก็ยังมา google ดูกว่ากบินทร์บุรีอยู่ตรงไหนน้า
เราจองห้องพักทาง App เจ้าประจำ ก่อนเดินทางไม่ถึง 2 สัปดาห์ เพราะมี code ส่วนลดมาพอดี
ทำให้เราได้ห้อง Deluxe King Room รวมอาหารเช้า และ ออนเซ็น สำหรับ 2 คน ในราคา 1990.54 บาท เท่านั้น
และแล้ววันเดินทางก็มาถึง เช้าวันเสาร์ เราออกจาก กรุงเทพ ช่วงสายๆ แวะไปทานกาแฟที่แปดริ้วแปปนึง
แล้วก็มุ่งหน้าต่อไปยัง อ.กบินทร์บุรี เราถึงโรงแรมประมาณ บ่ายโมงค่ะ
พอเข้าไปเช็คอิน ต้องเรียกความบังเอิญนี้ว่า ความโชคดี ^^
เพราะเจ้าหน้าที่ของทางโรงแรมแจ้งเราว่า
ห้องพัก Type ที่เราจองมาเต็มค่ะ !!!
แต่…ได้อัพเกรดห้องให้เป็น Executive Pool View แทนค่ะ เป็นห้อง type ใหญ่สุดเลย
ซึ่งมีความแตกต่างกันตรงที่ ห้อง Executive จะมีส่วนของครัวเพิ่มเข้ามาพร้อมกับพื้นที่ที่กว้างขึ้น
ว่าแล้วก็ไปชมห้องพักกันเลยดีกว่าค่ะ
ครัวตรงนี้ใช้งานได้จริงนะคะ มีอุปกรณ์พร้อม เหมาะสำหรับคนที่มาเป็นครอบครัวมากๆ ค่ะ
ในส่วนของห้องน้ำ เรียกได้ว่าใหญ่อลังการมากค่ะ
ต่อมาก็มาชมบรรยากาศโดยรอบของโรงแรมกันค่ะ
บริเวณล็อบบี้กว้างมาก มีชุดโซฟาใหญ่ๆ อยู่หลายมุมเลยค่ะ
ด้านหลังของล็อบบี้จะเป็นส่วนของสนามหญ้าและสระว่ายน้ำ
ถัดจากสระว่ายน้ำจะเป็นโซนของสปาค่ะโรงแรมนี้ถือได้ว่าเป็น โรงแรมที่มี Facilities ครบครันมากๆ อาจจะมากกว่าหลายๆโรงแรมในเมืองใหญ่ๆ ซะอีก
มีทั้งฟิตเนส
ห้องโยคะ
เหมือนว่าทางโรงแรมมีการเปิดรับสมาชิกรายเดือนด้วยนะคะ
แต่ว่ามีการจัดระเบียบเป็นอย่างดี
แม้กระทั้งเรื่องประตูทางเข้า หรือที่จอดรถ ก็เป็นสัดส่วน เพื่อไม่ให้รบกวนแขกที่มาพักในส่วนของโรงแรม
และจากชื่อของโรงแรมที่มีคำว่า Spa & Onsen พ่วงท้ายนั้นไม่ได้มีไว้เก๋ๆ นะคะ
ที่นี่มี Spa และ Onsen จริงๆ ค่ะ ซึ่งก็เป็นเหตุผลหลัก ที่เราเลือกมาพักผ่อนที่นี่ ^^
ออนเซ็นของที่นี่จะเป็นห้องรวม แต่แยกชายหญิงนะคะ
ถ้าใครที่เขินๆ ก็สามารถซื้อชุดกันโป๊มาใส่ได้ค่ะ
จะเป็นผ้าตาข่ายสีดำ แต่ไม่ทึบมากนะคะ ใส่กันเขิลได้นิดหน่อย
ของผู้หญิงจะมี 2 ชิ้นคือ กางเกงและเกาะอก ราคา 30 บาท
สำหรับผู้ชายจะเป็นกางเกงอย่างเดียว ราคา 20 บาท ค่ะ
ห้องสปาของที่นี้กว้างขวางมากค่ะ  มีแบ่งโซนห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ห้องแต่งตัวแยกเป็นสัดส่วน
เข้าไปด้านในจะมีที่นั่งอาบน้ำสำหรับให้อาบน้ำล้างตัวก่อนและหลังแช่ออนเซ็นด้วยค่ะ
ด้านในจะมีบ่อน้ำร้อนด้วยกัน 2 บ่อค่ะ
มาในส่วนของสปากันบ้างค่ะ
ที่นี่มีเมนูสปาให้เลือกหลายอย่างเหมือนกันค่ะ
แต่ไหนๆ ก็มาพักผ่อนแล้ว เราก็เลยจัดชุดใหญ่เลยค่ะ ^^
ที่นี่เค้ามีสครับและน้ำมันหอมระเหยให้เลือกหลายตัวเลยค่ะ บอกเลยว่าเลือกยาก หอมทุกตัวเลย
Signature Massage ของที่นี้ เริ่มด้วยการแช่ออนเซ็น สครับผิว นวดอโรม่า และปิดท้ายด้วยนวดหัวค่ะ
เราจึงนัดทำสปาไว้ตอน 1 ทุ่มค่ะ แต่ตอน 6 โมงต้องมาแช่ออนเซ็นก่อน
นวดเสร็จก็เกือบๆ 3 ทุ่มเลย รู้สึกผ่อนคลายๆมากๆ ค่ะ
แต่ยังไม่หมดเท่านี้นะคะ เพราะเรานัดนวดไทยตอนเช้าวันอาทิตย์ไว้ด้วยค่ะ อิอิ

เช้าวันอาทิตย์เราตื่นเช้าออกมาทานอาหารเช้า เหมือนจะเช้ากว่าไปทำงานซะด้วยซ้ำ 555
ห้องอาหารที่นี้ เพดานสูง โปร่งโล่ง ไม่อึดอัด

ไลน์ของอาหารก็มีครบถ้วน ทั้งไทยทั้งเทศ
ขนมปัง ผลไม้ สลัดก็ไม่ขาดตกบกพร่องเลยค่ะ ^^
ทานเสร็จอาหารเช้าเสร็จเราก็นอนพักต่อ พออาหารย่อยแล้วก็ลงไปว่ายน้ำ
ว่ายน้ำเสร็จก็ไปออนเซ็นต่ออีก อะไรจะสบายขนาดนี้

เรามีเวลาว่างอีกนิดหน่อยก่อนจะไปนวด เลยได้โอกาสเดินเล่นถ่ายรูปตามมุมต่างๆ
ในชุดยูกะตะที่ทางโรงแรมมีให้ยืมใส่ เป็นเหมือน signature อีกอย่างหนึ่งของที่นี่ก็ว่าได้

นี้สินะข้อดีของการตื่นเช้า เพราะเราทำนู้นนี้ได้ตั้งหลายอย่าง ^^
พอถึงเวลานวดที่เราจองไว้ เราก็ลงไปที่โซนของสปาเช่นเคย
แต่เพราะครั้งนี้เป็นนวดไทยจึงเป็นห้องโถงใหญ่อีกห้องนึงค่ะ
ก่อนเปลี่ยนชุดก็ต้องไปแช่เท้าตามสเตป
อ่างล้างเท้าสวยจนเกรงใจ 555
พร้อมนวดคร้าา ^^
ตัดมาหลังจากการนวดรวมถึงการทำสปา ที่นี่จะมีเครื่องดื่มร้อนมาให้เลือก
เราเลือกเก๊กฮวยทั้ง 2 ครั้ง หอมอร่อย ชื่นใจมากๆ ค่ะ
หลังจากนวดเสร็จเราก็ยังมีเวลานั่งพักผ่อนก่อนที่จะเก็บของและเช็คเอาท์
พร้อมกับร่างกายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง
หลังจากการได้พักผ่อน นวดสปา แช่ออนเซ็น มาอย่างเต็มที่
Serenity Hotel Spa & Onsen ถือว่าเป็นที่พักที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้ทรู
อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ ขับรถแค่ 2 ชั่วโมงครึ่งก็ถึงแล้ว
ทั้งบรรยากาศ กิจกรรมต่างๆภายในโรงแรม
ทำให้เราสามารถอยู่ในโรงแรมได้ทั้งวันแบบไม่เบื่อเลย