Sunday Brunch @ LaVue

cover_lavue
SNAP-EAT จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ sunday brunch ที่ห้องอาหาร La Vue (อ่านว่า ลา-วู นะคะ) ของโรงแรม Siam@Siam Design Hotel Bangkok กันค่ะ ปกติแล้วที่ห้องอาหารลาวูจะให้บริการอาหารฝรั่งเศสแบบ fine dining ดังนั้นเมื่อเชฟจิลล์ พอยทิวิน์ พ่อครัวใหญ่ของที่นี่ต้องมาจัด Sunday Brunch จึงตั้งใจรังสรรค์ให้ Sunday Brunch ของที่นี้แบบไม่ธรรมดาแน่นอนค่ะ โดยนำเสนอภายใต้ธีม “French Gastro Gourmet Brunch” และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเพราะครั้งนี้รูปอาหารเยอะมากกกกค่ะ
เราไปชมกันเลยค่ะ ^^

โรงแรม Siam@Siam ตั้งอยู่บนถนนพระราม 1 เยื้องๆกับสนามศุภชลาศัยค่ะ
สามารถนั่ง BTS มาลงที่สถานีสนามกีฬาโดยใช้ทางออกที่ 1
แล้วเดินต่อไปอีกนิดก็จะเจอโรงแรม Siam@Siam อยู่ทางขวามือค่ะ
พอถึงโรงแรมก็ขึ้นไปที่ชั้น 25 นะคะ เมื่อเดินจากโถงลิฟท์จะมีบันไดก็เดินขึ้นไปเลยค่ะ
ตรงจุดนี้เมื่อหันไปทางซ้ายมือก็จะเจอบันไดทางขึ้นห้องอาหารลาวู ตามรูปนี้เลยค่ะ
Laveu_084การตกแต่งภายในห้องอาหารลาวูจะเป็นสไตล์ไฟน์ไดนนิ่ง อาร์ต
มีกรอบรูปและดวงตาในหลากหลายคาแรตเตอร์ประดับอยู่ที่เพดานดูแปลกตาดีค่ะ
แต่ถามพี่ๆพนักงานเขาบอกว่าเพื่อสื่อความหมายตามชื่อห้องอาหารเนื่องจาก ลา วู แปลว่า วิว
ดังนั้นความงดงามที่เกิดขึ้นสื่อผ่านดวงตาเพื่อสะท้อนความสวยงามของวิวกรุงเทพยามค่ำคืน
และอีกนัยยะคือเพื่อเป็นตัวแทนของพนักงานที่คนที่เฝ้าดูแลและพร้อมบริการให้แขกทุกคนค่ะ
Laveu_039 Laveu_038ผนังทั้ง 3 ด้านเป็นกระจกใส และอยู่ในชั้นที่ 25 ซึ่งไม่สูงและไม่ต่ำจนเกินไป
ทำให้เห็นวิวในย่านนั้นได้อย่างชัดเจนค่ะ สมกับชื่อ La Vue ที่แปลว่า วิว มากๆ เลยค่ะ
Laveu_037Laveu_041Laveu_044 Laveu_045พอเข้าไปถึงก็จะมีการเสิร์ฟ welcome drink ค่ะ หวานๆ หอมๆ อร่อยดีค่ะ
Laveu_009สำหรับ Sunday Brunch ของที่นี่จะเป็นเมนูแบบ a la catre ค่ะ แต่สั่งได้แบบไม่อั้นค่ะ
เนื่องจาก La Vue เป็นห้องอาหารฝรั่งเศส เมนู Sunday Brunch ของที่นี่ก็เป็นแนวฝรั่งเศสแบบสุดๆ
และด้วยความรู้เกี่ยวกับอาหารฝรั่งเศสอันน้อยนิดของเรา อาจจะให้ข้อมูลได้ไม่ค่อยดีนัก ต้องขออภัยไว้ก่อนเลยค่ะ

เราขอแบ่งเมนูเป็นกลุ่มๆ ตามความเข้าใจของเราเองนะคะ ดังนี้นะคะ
กลุ่มแรกเริ่มกันที่ “นานาเมนูไข่” ค่ะ แน่นอนว่าไข่ไก่เนี่ยสามารถนำมาทำเมนูได้หลากหลายมากๆ
โดยทุกเมนูเชฟจิลล์ปรุงอย่างประณีตในสไตล์ฝรั่งเศลต้นตำหรับ เพื่อให้ทุกคนได้รับอรรถรสความอร่อยในแบบที่แตกต่าง
ถ้าไม่เชื่อลองตามมาดูกันเลยว่าครั้งนี้เราได้ทานไข่อะไรไปบ้าง 555

เมนูไข่แรกเป็นไข่คน (Scrambled Egg) ที่เสิร์ฟพร้อม แซลมอนรมควัน และผักโขมค่ะ
Laveu_048 Laveu_001เมนูไข่ที่ 2 เป็นไข่เบเนดิกซ์ (Egg Benedict) แบบคลาสสิก หรือก็คือ ไข่ดาวน้ำ (Poached egg) เบคอน ผักโขม ชีส วางอยู่บน english muffin
Laveu_046 Laveu_002 Laveu_053เมนูไข่ที่ 3 มีชื่อว่า 1894 Waldorf egg Benedict ค่ะ จริงๆก็คล้ายๆไข่ที่ 2 ค่ะ แต่ว่าความพิเศษของจานนี้อยู่ตรงที่เชฟจะนำไข่ไปลวกในไวน์แดง ทำให้ไข่มีสีแดงและมีรสชาติที่เข้มข้นแตกต่างจากเมนูไข่เมนูที่ 2
Laveu_049 Laveu_003 Laveu_055เมนูไข่ที่ 4 เป็นไข่ดาวค่ะ มีชื่อว่า The Fried Egg Basquaise ค่ะ
Laveu_047เป็นอารมณ์แบบไข่ดาวทานกับไส้กรอกหมูรสเผ็ด(chorizo)ผัดกับพริกหยวกและเครื่องเทศค่ะ
Laveu_004Laveu_056เมนูไข่ที่ 5 ก็ยังเป็นไข่ดาวค่ะ ชื่อว่า The Fried Egg Salardaise
Laveu_051เป็นไข่ดาวที่เสิร์ฟพร้อมกับเป็ดตุ๋นผัดกับมันฝรั่งและเห็ด แถมยังมีฟัวกราส์อีกด้วย
Laveu_006 Laveu_057เมนูไข่ที่ 6 เป็นไข่สุดท้ายที่เราทานในครั้งนี้ จะเป็น ไข่เจียว หรือ Omelette เสิร์ฟมากับเป็ดรมควันผัดกับเห็ดค่ะ
Laveu_050 Laveu_007

กลุ่มที่ 2 เป็นเมนูเมนคอร์สพิเศษที่ทางเชฟจะนำเสนอธีมพิเศษเฉพาะเดือนนั้นๆ
สำหรับเดือนกันยายน เชฟจิลล์นำเสนอในธีม “เมนูช็อคโกแลต”
โดยจุดเด่นของเมนูนี้จะใช้ single origin chocolate เป็นส่วนประกอบค่ะ
single origin chocolate ก็คือช็อคโกแลตที่ทำมากจากเมล็ดโกโก้ที่มาจากแหล่งผลิตเดียว
จึงทำให้กลิ่น หรือรสชาติของช็อคโกแลตมีความโดดเด่น แตกต่างกันไปตามแหล่งกำเนิดค่ะ

เราว่ารสชาติของอาหารมันเป็นรสชาติที่เราอาจจะไม่ค่อยคุ้นลิ้น
เพราะอาหารคาวกับซ็อคโกแลตมีความโดดเด่นที่แตกต่าง แต่เมื่อมาทานพร้อมกันจึงเกิดรสสัมผัสที่แตกต่าง
เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์การกินที่ลงตัวอย่างสวยงามคะ

เมนูแรกเป็น ซุปค่ะ เป็นซุปข้นๆ ทานคู่กับขนมปังกรอบที่มีช็อคโกแลตเป็นส่วนผสมค่ะ
Laveu_059 Laveu_010 Laveu_011 Laveu_012เมนูที่ 2 เป็นเนื้อปลากับหอยแมลงภู่ ราดกับซอสช็อคโกแลตค่ะ (คือจริงๆทุกเมนูมีชื่อนะคะ แต่เราจำชื่อไม่ได้ 555)
Laveu_063จานนี้เนื้อปลานุ่ม และสดมากค่ะ อร่อยดีค่ะ
Laveu_015เมนูที่ 3 ชื่อว่า Pan- sear Poultry filet, parsnip mousseline, cocoa Mole Poblano Mexican senses เป็นอกไก่ออร์แกนิค เสิร์ฟมาพร้อมกับมันบดและซอสช็อคโกแลตค่ะ
Laveu_065ทานทุกอย่างรวมกันในคำเดียวนะคะ จะฟรินมาก ^^
Laveu_018เมนูที่ 4 ชื่อว่า Hot goats cheese Chavignole, Smoked duck and Balsamic Chocolate
เมนูนี้เราชอบมากค่ะ มันมีทั้งเป็ดรมควัน มีทั้งชีส แถมยังมีผสมไม้ด้วย
ทานพร้อมกับซอสซ็อคโกแลตบัลซามิกเข้มข้น เราว่ามันแปลกดีนะคะ แต่ละอย่างดูเป็นคนละทางกันเลย
แต่พอทานทุกอย่างพร้อมกันในคำเดียวแล้วมันได้รสชาติดีมากๆ
อาจจะเพราะเราชอบชีส แต่ถ้าใครไม่ค่อยชีส แนะนำว่าให้ชิมแต่น้อยๆก่อนนะคะ ^^
Laveu_064 Laveu_016เมนูที่ 5 เมนูสุดท้ายของกลุ่มนี้ ชื่อว่า Pan-sear scallop, walnut truffles crust, light mushroom chocolate gravy ค่ะ
Laveu_061 Laveu_013

กลุ่มต่อมาก็เป็นเมนูเมนคอร์สเช่นกันค่ะ และจะเป็นเมนคอร์สหลักของ Sunday brunch
โดยแต่ละอาทิตย์เชฟจะสลับหมุนเวียนไปเรื่อยๆค่ะ เราเลือกทานกันทั้งหมด 5 เมนูค่ะ
เมนูนี้ชื่อว่า Burgundy snail puff pie with mushrooms flambé Cognac
Laveu_071รสชาติจะนวลๆ เหมาะกับคนที่ชอบทานเห็ดมากค่ะ
Laveu_019เนนูต่อมาชื่อว่า GNOCCHETTI EGG WITH DUCK FOIE GRAS, ORANGE THYME SENSES
Laveu_072จานนี้เป็นเส้นพาสต้า แบบ conchiglie หรือแบบที่คล้ายๆเปลือกหอย เสิร์ฟพร้อมกับฟัวกราส์ค่ะ
Laveu_020ส่วนจานนี้เป็นฟัวกราส์เมนูสุดท้ายที่ของเราในวันนี้ค่ะ
ชื่อว่า Pan-seared duck foie gras in Praliné crust with parsnip mousseline, redberry coulis
Laveu_073เป็นฟัวกราส์ทานพร้อมกับซอสเบอรี่
Laveu_021ด้วยความที่เราชอบฟัวกราส์อยู่แล้ว ฟัวกราส์มันๆ ตัดกับซอสรสหวานๆอมเปรี้ยวนิดๆ จานนี้สำหรับเรา เราว่าอร่อยลงตัวมากค่ะ
Laveu_023ส่วนจานนี้ชื่อว่า ROASTED SUCKLING PIG, PARSNIP PUREE, HONEY AND THYME JUS
เป็นหมูค่ะ อารมณ์คล้ายๆหมูกรอบ แต่รสชาติเข้มข้นกว่ามาก
Laveu_076เสิร์ฟมาพร้อมกับมันบดและมันฝรั่งอ่อนๆ หรือ baby potato นั้นเอง
Laveu_024สุดท้ายสำหรับเมนคอร์สของวันนี้ค่ะ
เมนูชื่อว่า PAN-SEARED FILET OF SEA BASS WITH CRISPY SKIN, FENNEL MOUSSELINE SERVED WITH A HERBAL AND CANDIED LEMON BUTTER
เป็นเนื้อปลากระพงขาวค่ะ ปลาที่นี่เค้าสดมากจริงๆค่ะ
Laveu_077เชฟปรุงมาแบบไม่เสียรสชาติของปลาเลยค่ะ
Laveu_026กลุ่มสุดท้ายแล้วขาดไม่ได้เลยคือ ของหวานค่ะ แอบสปอยก่อนเลยว่าของหวานที่นี่อร่อยมากๆ ค่ะ
โดยเมนูของหวานของที่นี่ จะสลับสับเปลี่ยนไม่เหมือนกันในแต่ละอาทิตย์เช่นเดียวกันกับเมนคอร์สค่ะ
ซึ่งวันที่เรามาทานมีเมนูดังนี้ค่ะ

มากันที่ จานแรกค่ะ เป็นทีรามิสุ เสิร์ฟมากับเบอรี่สดๆ
คือถ้าเราไม่อิ่มมาจากอาหารคาวก่อนหน้านี้ และไม่กลัวอ้วน จานนี้อยากจะสั่งอีกสัก 3 รอบ
Laveu_080ด้วยตัวครีมที่หวานมันกำลังดี มันทานไปแล้วละมุนลิ้นมากๆ ค่ะ ชอบมากจริงๆ
Laveu_027ต่อมาก็เป็นอีกเมนูที่เราชอบมาก นั่นก็คือ เครมบรูเล ค่ะ
จานนี้น่าตาแบบเว่อวังอลังการมากๆ มาพร้อมกับเบอรี่สด และซอสเบอรี่
Laveu_078คือเครมบรูเล ของที่นี่เชฟทำออกมาได้รสชาติแบบกลมกล่อมมากค่ะ คือหวานพอดี มันกำลังดี
แค่ทานเปล่าๆก็อร่อยแล้ว ยิ่งทานคู่กับเบอรี่สดยิ่งเข้ากันมากๆ ค่ะ
Laveu_034Laveu_033ชิ้นนี้เป็นช็อคโกแลตมูสค่ะ อร่อยไม่แพ้สองจานแรกเลยค่ะ
Laveu_081เนื้อมูสแน่นกำลังดี รสชาติก็เข้มข้นค่ะ
Laveu_029เมนูนี้ชื่อว่า Crêpes suzette, Grand Marnier flavours , vanilla ice cream
Laveu_083เป็นเครปราดด้วยซอสส้ม ทานคู่กับไอศกรีมวนิลา จานนี้ถือว่าเด็ดเช่นกันค่ะ
Laveu_031ชิ้นสุดท้ายนี้น่าจะเป็นรัมเค้กค่ะ เมนูนี้เราไม่ค่อยคุ้นเพราะเราไม่ดื่มแอลกอฮอร์ พอมาได้กลิ่นเหล้ารัมในเค้กก็เลยขอผ่านค่ะ แต่แอบถามจากเพื่อนร่วมโต๊ะ เขาบอกว่ามันจะให้รสชาติความหวานที่ค่อนข้างเข้มข้นกว่าขนมหวานโดยทั่วไปค่ะ
ชื่อเมนู baba rum flambé, fresh cream vanilla sense
Laveu_079Laveu_030หมดแล้วค่ะสำหรับเมนู Sunday Brunch สไตล์ฝรั่งเศสที่ห้องอาหาร La Vue ที่เรามาลองทานในวันนี้

มาถึงการสรุปความคิดเห็นสำหรับ Sunday Brunch สไตล์ฝรั่งเศส ของที่นี่กันค่ะ
– ราคาค่อนข้างสูงนะคะ อาจจะเพราะใช้วัตถุดิบที่ราคาค่อนข้างสูง
– เรื่องของรสชาติของอาหาร เราว่าอาหารปรุงมารสชาติดีมากเลยค่ะ ยิ่งถ้าใครที่ชอบฟัวกราส์น่าจะฟรินมากๆเลยค่ะ
เพราะว่าทำฟัวกราส์ออกกมาได้อร่อยและทานง่ายมากๆค่ะ ยิ่งสั่งได้ไม่จำกัดแล้วด้วยยิ่งฟรินเข้าไปใหญ่ค่ะ
– อาหารของที่นี่เข้าถึงง่ายค่ะ ขนาดเราไม่ค่อยได้ทานอาหารฝรั่งเศสแบบเต็มรูปแบบแบบนี้มาก่อน ก็รู้สึกว่าทานง่ายค่ะ
– ส่วนขนมหวานของที่นี่ เราว่าโดดเด่นมากค่ะ อร่อยทุกอย่างเลย
ถ้าไม่นับรัมเค้กที่เราไม่ได้ลองทาน ถ้าที่นี่เปิดเป็นบุฟเฟ่ต์ขนมหวานเราก็จะกลับมาทานค่ะ
– บรรยากาศดี วิวสวย เหมาะกับโอกาสพิเศษกับคนพิเศษมากๆค่ะ
– การบริการของที่นี่ก็ดีมากค่ะ พนักงงานคอยอธิบายให้ข้อมูลต่างๆเป็นอย่างดีค่ะ

ครั้งนี้ SNAP-EAT จึงขอให้ wink สำหรับมื้ออาหารสไตล์ฝรั่งเศส ในครั้งนี้ 8.5 winks เลยค่ะ
perfectperfectperfectperfectperfectperfectperfectperfectsmile